บาทหลวงฟรังซิสเซเวียร์
อภิเดช สุภาจักร

         

          HOME

         งานแผนกองค์กรคริสตชนฆราวาส

         บทความทั่วไป / บทความน่าสนใจ

         หนังสือกิจการอัครสาวก
 

 

เเนวทางเตรียมจิตใจสู่การฉลอง 350 ปีมิสซังสยาม

 

ดาวน์โหลดกฤษฎีกาสมัชชาใหญ่
ของพระศาสนจักรคาทอลิก
ในประเทศไทย คริสตศักราช 2015

 

 

 

 

 

วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2018 แผนกองค์กรคริสตชนฆราวาส ฝ่ายงานธรรมทูต อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ โดยมีคุณพ่ออภิเดช สุภาจักร์ ผู้จัดการแผนก จัดกิจกรรมนำพระวาจาสู่ปวงชน โอกาสฉลองวัดพระคริสตกษัตริย์ นครปฐม โดยกิจกรรมมีการร้อยสายประคำ และ รับพระวาจาไปอ่าน โอกาสนี้ขอขอบคุณคุณพ่อกิตติศักดิ์ กาญจนธานินทร์ เจ้าอาวาสที่ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านสถานที่ในการจัดกิจกรรม ฯลฯ

    ขอเชิญรับชมย้อนหลัง การถ่ายทอดสดทางอินเตอร์เน็ต งานชุมนุมผู้แพร่ธรรมโอกาสวันแพร่ธรรมสากล วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม 2018 เวลา08.30-12.00น. รับชมผ่านทาง http://www.catholic.or.th/live/livemission1

และทาง youtube พิธีบูชาขอบพระคุณ :  https://youtu.be/K1ffKk3oA-M

 บรรยายพิเศษ เรื่อง " 350 ปี งานแพร่ธรรมของพระศาสนจักรในประเทศไทย" และสมณลิขิตเตือนใจ

Maximum Illud https://www.youtube.com/watch?v=XJPs1bzSXsE

 

 

ฉลองนักบุญ วันที่ ๑๘ ตุลาคม นักบุญลูกา ผู้นิพนธ์พระวรสาร
St. Luke the Evangelist

             นักบุญลูกามาจากเมืองอันติโอก ซึ่งในยุคแรกของคริสตศาสนาเป็นศูนย์กลางที่สำคัญมาก นักประวัติศาสตร์ไม่ทราบว่าก่อนเป็นคริสตชนท่านนับถือศาสนายูดายหรือลัทธิอื่น แต่ความเห็นส่วนมากคิดว่าท่านเป็นคนต่างศาสนาที่กลับใจ

             นักบุญลูกาได้รับการศึกษาเป็นแพทย์ พวกนักวิชาการด้านโบราณคดีและวรรณกรรมโบราณถือว่าท่านเป็นนักประวัติศาสตร์คนสำคัญของยุคสมัย ท่านใช้ภาษากรีกอย่างมีสไตล์โดดเด่นและให้ข้อมูลถูกต้องในการเล่าถึงชีวิตพระคริสต์และการเดินทางประกาศธรรมของพวกอัครสาวก

             ในวรสารของท่าน นักบุญลูกาได้ยืนยันบทบาทสำคัญของพระนางมารีย์พรหมจารี ธรรมประเพณีถือว่าท่านได้วาดภาพพระนางหลายภาพ และภาพที่มีชื่อว่า "ความรอดของชาวโรมัน" ยังคงตกทอดมาถึงทุกวันนี้ที่สักการสถานเซนต์แมรี่ มาจอรี (Basilica of St. Mary Major)

วันละนิดกับข้อคิดจากบทเทศน์คุณพ่อชวลิต กิจเจริญ  วันอังคารที่ 16 ตุลาคม 18 สัปดาห์ที่ 28 เทศกาลธรรมดา

บทอ่าน กท 5:1-6 / ลก 11:37-46

             วันนี้นักบุญลูกาผู้นิพนธ์พระวรสาร ได้นำเรื่องพระเยซูเจ้าทรงรับประทานอาหาร เมื่อ “ฟาริสีคนหนึ่งได้เชิญพระองค์ไปรับประทานอาหารที่บ้าน” (ลก 11:37) ช่างเป็นความคิดที่ดี  เจ้าภาพจะรู้สึกอย่างไร เมื่อแขกที่รับเชิญละเลยจารีตพิธีของการชำระล้าง ที่ไม่ใช่เป็นกฎหมาย แต่เป็นธรรมประเพณีโบราณของบรรดารับบี และยังได้ตัดสินพระองค์ ด้วยมาตรฐานทางสังคม ฟาริสีคนนั้นไม่ได้รับแรงบันดาลใจอะไรอื่นในวันนั้น และการกระทำของพระองค์ก็ไม่ได้ขัดต่อการเมือง

             พระวรสารได้แสดงให้เราเห็นว่า มีกรณีน้อยมาก ที่พระเยซูเจ้าจะทรงกระทำ แล้วเราจะพูดอย่างไร? ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม ในฐานะที่เราเป็นคริสตชนคนหนึ่ง เราจะเห็นว่าพระเยซูเจ้าทรงตำหนิการถือศีลธรรมแบบสองมาตราฐาน การเสแสร้งเพื่อสร้างความปรองดองหรือการหลอกลวง “ชาวฟาริสีเอ๋ย ท่านล้างถ้วยชามด้านนอก แต่ใจของท่านเต็มไปด้วยของที่ขโมยมาและความชั่วร้าย” (ลก 11:39) ทุกวัน พระวาจาของพระเป็นเจ้าตั้งคำถามเราทุกวัน ที่เราได้ซ่อนคุณค่าที่แท้จริง แต่แสดงบาป ความอวดดี และความเห็นแก่ตัวออกมา

           วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม ณ วัดเซนต์หลุยส์ สาทร จัดบู๊ธนำพระวาจาสู่ปวงชน ในโอกาสฉลองวัด ด้วยการเชิญชวนให้ผู้สนใจนำบัตรชุดพระวาจาไปอ่านที่บ้าน   เชิญชวนให้สัมผัสเนื้อหาของหนังสือบุตรสิราและนำไปอ่านส่วนตัวต่อไป และการสอนร้อยลูกประคำ

         วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม ณ ห้องประชุมบ้านพักพระสงฆ์ วัดนักบุญเทเรซา หนองจอก คุณพ่ออภิเดช สุภาจักร์ ผู้จัดการแผนกฯ จัดประชุมคณะกรรมการแผนกฯ มีผู้เข้าร่วมประชุม 14 คน

        ข้าแต่พระนางพรหมจารีผู้ศักดิ์สิทธิ์ ลูกทั้งหลายเข้ามากราบแทบพระบาทของพระแม่ ขอทูลถวายความกังวลใจและความไม่มั่นคงของลูก ในการแสวงหาและบรรลุถึงสิ่งที่ดีงาม และแท้จริงด้วยการเรียกหาพระมารดาแห่งคำแนะนำที่ดีอันเป็นพระนามอันอ่อนหวานของพระแม่ ลูกทั้งหลายวิงวอนขอพระแม่ ได้โปรดเสด็จมาช่วยเหลือลูก เมื่อความมืดมนบนหนทางชีวิตที่ความผิดพลาดและความชั่วร้ายสมคบกันทำร้ายลูกด้วยการชักนำความคิดและจิตใจของลูกให้หลงทางไป

        พระแม่ผู้ทรงเป็นพระบัลลังก์แห่งพระปรีชาญาณ และดวงดาราแห่งมหาสมุทร โปรดส่องสว่างบรรดาผู้ที่สงสัยและผิดหลง เพื่อพวกเขาจะไม่ถูกล่อลวงเพราะความดีจอมปลอมภายนอก โปรดให้พวกเขามั่นคง เมื่อต้องเผชิญกับอิทธิพลชั่วร้ายของบาป และกิเลสที่เป็นศัตรูคอยทำลาย

         ความเป็นแม่เป็นสิทธิพิเศษที่เจ็บปวดของสตรี เช่นเดียวกันหญิงสาวมารีย์แห่งนาซาเร็ธก็ได้มีสิทธิพิเศษที่ไม่เหมือนของใครประการนี้ คือได้เป็นพระมารดาของพระบุตรพระเจ้า ความเจ็บปวดและความสุขของการเป็นแม่ของพระนางสามารถเป็นที่เข้าใจได้จากผู้เป็นแม่ทุกๆคน พระนางมารีย์เป็นมนุษย์คนเดียวเท่านั้นที่ได้อยู่เวลาที่พระเยซูเจ้าทรงสมภพ ทั้งได้เป็นประจักษ์พยานเวลาที่พระองค์สิ้นพระชนม์ด้วย พระนางได้ทรงเห็นพระองค์เวลาที่พระองค์ยังทรงเป็นทารกและได้เฝ้ามองดูพระองค์สิ้นพระชนมในฐานะที่เป็นพระผู้ไถ่

         จนกระทั่งถึงเวลาที่เทวทูตสวรรค์ได้มาเยี่ยมเยือนพระนางอย่างไม่คาดไม่ฝัน  ชีวิตของพระนางมารีย์ก็
เป็นไปด้วยดีทุกอย่าง คือเมื่อเร็วๆนี้พระนางได้ทำการหมั้นกับช่างไม้คนหนึ่ง ชื่อโยเซฟ ซึ่งเป็นการเริ่มต้นของชีวิตแต่งงาน แต่ว่าชีวิตของพระนางกำลังจะได้รับการเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง

        วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2018 คณะอัศวินแห่งศีลมหาสนิท นำโดยภราดาหลุยส์วิริยะ ฉัันทวโรดมณ์ จิตตาภิบาล จัดเข้าเงียบฟื้นฟูจิตใจคณะอัศวินแห่งศีลมหาสนิท ณ หอประชุม โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก โดยมี คุณพ่อพรศักดิ์ ชื่นจิตอภิรมณ์ ผู้จัดการแผนกครอบครัว ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ให้การบรรยายเรื่องการเสริมสร้างความรักในครอบครัว ตามแนวทางพระสมณลิขิต ความชื่นชมยินดีแห่งความรัก และ พระเยซูเจ้าในศีลมหาสนิท แบบอย่างความรักในชีวิตครอบครัว

        วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม 2018 คณะพระหฤทัยของพระเยซูเจ้าแห่งกรุงเทพฯ ร่วมกับแผนกองค์กรคริสตชนฆราวาส ฝ่ายงานธรรมทูต อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ จัดเข้าเงียบจิตภาวนาด้วยพระทัยพระเยซู ณ ห้องประชุมอารามพระหฤทัยฯ คลองเตย โดยห้องเข้าเงียบของคุณพ่อชีวิน สุวดินทร์กูร มีจำนวน 16 ท่าน และห้องเข้าเงียบของคุณพ่อสมชัย พิทยาพงศ์พร 36 ท่าน หลังจิตภาวนา ซิสเตอร์สุทธิลักษณ์ บรรทร สอนโยคะภาวนา มีผู้อยู่เข้าร่วม 18 ท่าน

         สิ่งหนึ่งที่สร้างความรู้สึกพิศวงให้เกิดกับนักจิตวิทยาการศึกษา คือ ทำไมคนบางคนมีพรสวรรค์ที่จะใช้ชีวิตอย่างมีความหมายได้ ในขณะที่คนอื่นดูจะทำได้ยาก ทำไมเด็กที่ฉลาดและเก่งที่สุดในห้องเรียน มักจะไม่ใช้คนที่ประสบความสุขและความสำเร็จที่สุดตอนเป็นผู้ใหญ่ ทำไมกับคนบางคนเรารู้สึกเกิดความไว้วางใจทันทีตั้งแต่พบกันครั้งแรก และบางคนก็รู้ทันทีว่าไว้ใจไม่ได้ ทำไมบางคนกำลังใจดีเมื่อมีปัญหาและสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เรื่อยๆ แต่บางคนจะหมดกำลังใจและยอมแพ้ได้ง่ายๆ

       นักจิตวิทยา 2 ท่าน ปีเตอร์ ซาโลเวย์ จากมหาวิทยาลัยเยล  และ จอห์น แมเยอร์ จากมหาวิทยาลัยนิวแฮมเชียร์ เป็นนักจิตวิทยาคู่แรกที่ใช้ศัพท์ EQ เมื่อประมาณ 10 ปีมาแล้ว  อีคิว คือ สมรรถภาพในการที่จะเข้าใจและจัดการกับความรู้สึกของตนเองได้อย่างเป็นบวก สามารถเอาใจเขามาใส่ใจเรา สามารถควบคุมและใช้อารมณ์ของตนเองอย่างสร้างสรรค์ ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีในสังคมและความเข้าใจอันดีระหว่างบุคคล

        เมื่อบางคนทำผิดต่อคุณ พระเจ้าทรงต้องการให้คุณเริ่มก้าวแรกในการแสวงหาสันติ แม้ถ้าคุ ณเชื่อว่าคุณไม่ได้ทำอะไรผิด ถ้าคุณคิดว่าคำบ่นของคนอื่นเกี่ยวกับคุณจะไม่มีใครรู้ หรือเป็นการเข้าใจผิด คุณอาจสรุปว่า คุณไม่รับผิดชอบ ไม่ต้องเริ่มฟื้นฟูให้เกิดสันติ สรุปผิดแ ล้ว ไม่ตรงกับการสอนของพระเยซูเจ้า

“ขณะที่ท่านนำเครื่องบูชาไปถวายยังพระแท่น ถ้าระลึกได้ว่าพี่น้องของท่านมีข้อบาดหมางกับท่านแล้ว จงวางเครื่องบูชาไว้หน้าพระแท่น กลับไปคืนดีกับพี่น้องเสียก่อน แล้วจึงค่อยกลั บมาถวายเครื่องบูชานั้น” (มธ 5:23-24)

มีเหตุผลบางประการสนับสนุนให้คุณเริ่มการคืนดี แม้ถ้าคุณไม่คิดว่าตนทำผิด

ประการสำคัญที่สุด คือ พระเยซูเจ้าทรงสั่งคุณให้ไป คุณจึงควรเริ่มก้าวแรกสู่สันติ ด้วยความร ักต่อผู้อื่น ปรารถนาให้เขาได้ดี คุณจะมีสันติในใจ ไปหาคนที่บ่นว่าคุณ ฟังเขาอย่างใส่ใจ คุณอาจพบความผิดที่คุณมองไม่เห็น หรือเป็นโอกาสแสดงให้คนอื่นให้พบว่ามันไม่จริง ไ ม่ว่าอย่างไร คุณจะมีมโนธรรมชัดแจ้ง  ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่จำเป็นของสันติแท้

    วันเสาร์ที่  11 สิงหาคม 2018 คณะเทเรเซียน เข้าเงียบร่วมกันโดยมีีคุณพ่อสมศักดิ์ ธิราศักดิ์ เป็นวิทยากร คุณแม่ยูเฟรเซีย เป็นจิตตาธิการ ที่ห้องประชุม วัดซางตาครู้ส

    การภาวนาของพระศาสนจักรและการวิงวอนของคริสตชนแต่ละคนเกี่ยวข้องกันอย่างลึกซึ้งและส่งเสริมพลังชีวิตให้แก่กัน ดังที่พระสังคายนาวาติกันครั้งที่ 2 ได้ยืนยันอย่างชัดเจน  ที่จริง เป้าหมายที่สำคัญอย่างหนึ่งของการภาวนาในพระศาสนจักรระดับครอบครัวก็คือการแนะนำลูกๆ ให้เคยชินกับพิธีกรรมของพระศาสนจักรทั้งหมด  เพื่อที่ว่าลูกๆ จะได้รับการฝึกฝนให้มีส่วนร่วมในพิธีกรรม เพื่อให้พิธีกรรมขยายตัวเข้ามาถึงแวดวงชีวิตของบุคคล ของครอบครัว และของสังคม  เพราะฉะนั้น เป็นสิ่งจำเป็นที่สมาชิกทุกคนในครอบครัวคริสตชนจะมีส่วนร่วมในศีลมหาสนิท  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันอาทิตย์และวันฉลองต่างๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป รวมทั้งศีลศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ  เช่น  ศีลเบื้องต้นของลูกๆ
คำแนะนำของสังคายนาเปิดโอกาสใหม่ให้แก่ครอบครัวคริสตชนเพราะครอบครัวเป็นกลุ่มหนึ่งในกลุ่มต่างๆ ซึ่งสมควรจะสวด “ทำวัตร” โดยพร้อมกัน  ในทำนองเดียวกัน ครอบครัวคริสตชนควรพยายามจัดการฉลองเทศกาลต่างๆ และวันสำคัญทางพิธีกรรมในรอบปี  ที่บ้านของตนในรูปแบบที่เหมาะสมกับสมาชิกด้วย

วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม 2018 แผนกองค์กรคริสตชนฆราวาส ฝ่ายงานธรรมทูต อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ จัดกิจกรรมนำพระวาจาสู่ปวงชน และสอนร้อยสายประคำ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมร้อยลูกประคำ 51 คน รับพระวาจาไปอ่าน 11 ครอบครัว (หนังสือบุตรสิรา และ หนังสือรักครอบครัว ภาวนา อ่านพระวาจา)ณ วัดนักบุญอันนา (ท่าจีน)

วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม 2018 แผนกองค์กรคริสตชนฆราวาส ฝ่ายงานธรรมทูต อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ  จัดบู๊ทนำพระวาจาสู่ปวงชนและสอนร้อยลูกประคำ เนื่องในโอกาสฉลองวัดนักบุญหลุยส์มารีย์ฯ (บางแค) มีผู้สนใจร่วมร้อยลูกประคำ 42 คน และรับพระวาจาแบบเล่ม คือหนังสือบุตรสิรา นำไปอ่านและภาวนาร่วมกัน จำนวน 15 คน 3 ครอบครัว

H.E. SMITH ในหนังสือ “HISTORICAL AND CULTURAL DICTIONARY OF THAILAND” กล่าวไว้ว่า ชื่อ “สยาม”  (SIAM)  ถูกใช้ครั้งแรกโดย SIR  JAMES LANCASTER ในปี ค.ศ. 1952  อาจารย์รงค์ สยามนันท์  อาจารย์ประวัติศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็ได้ยืนยันเช่นเดียวกัน ความจริง ชื่อ “สยาม” ต้องถูกใช้มาก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน จากการตรวจสอบเอกสารและการศึกษาประวัติศาสตร์พระศาสนจักรในประเทศไทย เราจะพบว่า นักบุญฟรังซิสเซเวียร์  ได้เอ่ยถึงและใช้ชื่อ  “สยาม” ในจดหมายของท่านที่ส่งมาให้เพื่อนของท่านที่ MALACCA ถึง 4 ฉบับ ในปี ค.ศ. 1552 นอกจากนี้  อาจารย์บุญยก  ตามไท ได้ให้ข้อสังเกตที่น่าสนใจในวารสารศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 5  ฉบับที่ 9 ไว้ดังนี้
 
         “มีเกร็ดประวัติศาสตร์บันทึกโดยฝรั่งเศสว่าเมื่อ พ.ศ. 2087  (1544)  ANTONIO DE PAIVA  ชาวโปรตุเกส ได้เดินทางเข้ามากรุงศรีอยุธยา ในแผ่นดินสมเด็จพระชัยราชาธิราช และมีโอกาสได้เข้าเฝ้าและสนทนาเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนากับพระองค์ จนเลื่อมใส และพระองค์ทรงประกอบพิธี BAPTISE ได้รับพระราชทินนามเป็นภาษาโปรตุเกสว่าDOM JOAOซึ่งนับเป็นเหตุการณ์พิเศษอย่างยิ่ง”

ฉลองนักบุญ วันที่ ๒๖ กรกฎาคม นักบุญโยอาคิมและอันนา
St. Joachim and Anne, Parents of Mary
 

โยอาคิมและอันนา (ศตวรรษแรก) ไม่ได้ถูกกล่าวถึงในพระวรสาร ความเชื่อว่าท่านเป็นบิดามารดาของพระนางมารีย์อิงจากพระวรสารของนักบุญยากอบ (Protevangelium of James) ซึ่งเป็นหนังสือในศตวรรษที่ ๒ และเป็นที่นิยมอย่างมากในยุคกลาง ตามเรื่องเล่าในวรสารฉบับนี้ โยอาคิมและอันนามีอายุมากแล้วแต่ไม่มีลูก โยอาคิมออกไปอยู่ในทะเลทรายเพื่ออดอาหารและสวดภาวนา อันนา ซึ่งคงอยู่ที่บ้าน เศร้ารันทดกับชะตากรรมของตน แต่แล้วเทวดาองค์หนึ่งก็ปรากฏ บอกอันนาว่าท่านจะตั้งครรภ์และให้กำเนิดเด็กคนหนึ่งซึ่งจะมีชื่อเสียงไปทั่วโลก โยอาคิมก็ได้รับการแจ้งข่าวเดียวกันจากเทวดา

วันฉลองของอันนาและโยอาคิมมีครั้งแรกในศาสนจักรตะวันออกจนถึงปลายศตวรรษที่ ๖ และเริ่มมีการฉลองในศาสนจักรตะวันตกเมื่อกลางศตวรรษที่ ๑๔ ความศรัทธาต่ออันนามีมากเป็นพิเศษในประเทศแคนาดา อันนาเป็นนักบุญอุปถัมภ์ของแคนาดาร่วมกับนักบุญโยเซฟ

งานเมตตาจิตด้านร่างกายและงานเมตตาจิตด้านจิตใจ

             งานเมตตาจิตด้านร่างกายและงานเมตตาจิตด้านจิตใจเป็นกิจการด้านเมตตาจิตที่เรากระทำเพื่อนำความรักและพระเมตตา ของพระเจ้าไปสู่ผู้ที่ยากลำบากและต้องการความช่วยเหลือ

             พระเยซูเจ้าทรงสอนว่า “ผู้มีใจเมตตา ย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะได้รับพระเมตตา” (มธ 5:7) และพระองค์ทรงสอนบัญญัติเ อกสองประการก็คือ “ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปัญญาของท่าน นี่คือบทบัญญัต ิเอกและเป็นบทบัญญัติแรก บทบัญญัติประการที่สองก็เช่นเดียวกัน คือท่านต้องรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง” (มธ 22:37-39)


งานเมตตาจิตด้านร่างกาย
งานเมตตาจิตด้านร่างกาย คือ การปฏิบัติกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือเพื่อนพี่น้องที่ยากลำบากและต้องการความช่วยเหลือด้านร่างกา ยและสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ประกอบด้วย
1.   การให้อาหารคนหิวโหย
2.   การให้น้ำดื่มแก่ผู้กระหาย
3.   การให้เสื้อผ้าแก่ผู้ไม่มีนุ่งห่ม
4.   การให้ที่พักแก่ผู้ไร้ที่อยู่
5.   การเยี่ยมผู้ป่วย
6.   การเยี่ยมผู้ถูกจองจำ
7.   การฝังศพผู้ล่วงลับ